หลายๆท่านต้องเดินทางไปทำงานหรือทำธุระ โดยรถส่วนตัว และจำเป็นต้องฝ่าจุดน้ำท่วมขัง ยิ่งเป็นฤดูฝนแล้วด้วย อาจยิ่งทำให้น้ำระบายช้าขึ้นไปอีก การต้องขับรถฝ่าจุดน้ำท่วมขังอย่างเลี่ยงไม่ได้ นอกจากจะทำให้เวลาในการเดินทางช้าลงแล้ว ยังอาจทำให้รถที่คุณรักเสียหาย จนต้องเสียเงินซ่อมโดยไม่จำเป็นอีกด้วย หรือถ้าหนักมากก็อาจจะต้องเปลี่ยนรถใหม่เลยทีเดียว วันนี้ที.อาร์.คาร์ นำวิธีป้องกันและลดความเสียหายให้รถที่คุณรัก ขณะที่ต้องขับรถลุยน้ำกันค่ะ 1. สำรวจและเลือกช่องทางเดินรถที่มีน้ำท่วมขังต่ำที่สุด หากสามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังได้ ก็แนะนำให้เลี่ยงไปเส้นทางอื่นจะดีกว่า หากประเมินสถานการณ์เบื้องต้น แล้วพบว่าน้ำมีระดับสูงเกินกว่าชายประตูรถ ก็ไม่ควรเสี่ยงจะดีกว่าค่ะ ควรหาที่จอดที่ปลอดภัย รอให้ระดับน้ำลด หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางที่น้ำท่วม แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้เลือกช่องจราจรที่มีน้ำท่วมขังในระดับต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดโอกาสที่จะทำให้เกิดความเสียหายกับตัวรถและเครื่องยนต์ หากรถหยุดนิ่งเนื่องจากสภาพจราจรติดขัด ไม่ต้องเปลี่ยนไปยังเลนที่มีน้ำท่วมขังสูงกว่า เพราะตราบใดที่เครื่องยนต์ยังคงทำงานอยู่ น้ำจะไม่มีโอกาสเข้าทางท่อไอเสียเครื่องยนต์อย่างแน่นอน 2. เมื่อรถดับขณะลุยน้ำท่วมห้ามสต๊าทเครื่องยนต์เด็ดขาด การที่รถดับขณะฝ่าน้ำท่วม ต้องเข้าใจได้เลยว่าน้ำได้ไหลเข้าสู่ห้องเครื่องของรถคุณเรียบร้อยแล้ว วิธีที่สามารถแก้ไข ได้ง่ายที่สุดคือ ห้ามติดเครื่องยนต์ แล้วก็เป็นหน้าที่ที่คุณ ที่ต้องเสียสละลงไปเข็นรถให้อยู่ในจุดที่มีความปลอดภัย ห่างไกลจากบริเวณน้ำท่วม หรือ จะโทรเรียกศูนย์ประกันภัยรถยนต์ มารับรถของคุณเพื่อไปซ่อมก็ได้